นิพนธ์ฯ กำชับ 28 ผู้ว่าฯภาคกลาง-ภาคตะวันออก นำแผนไปปฏิบัติ ขับเคลื่อนทุกกลไก เพื่อรักษาชีวิตประชาชนจากอุบัติเหตุ พร้อม รายงานที่เป็นรูปธรรมทุกเดือน

นิพนธ์ฯ กำชับ 28 ผู้ว่าฯภาคกลาง-ภาคตะวันออก นำแผนไปปฏิบัติ ขับเคลื่อนทุกกลไก เพื่อรักษาชีวิตประชาชนจากอุบัติเหตุ พร้อม รายงานที่เป็นรูปธรรมทุกเดือน

 

วันนี้ (14 ก.ย 63) เวลา 08.30 น. ที่โรงแรมรีเจ้นท์ชะอำ บีช รีสอร์ท อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) เป็นประธานมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยในพื้นที่ภายใต้โครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด 21 ภาคกลาง และ 7 จังหวัดภาคตะวันออก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในพื้นที่ ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ภาคีเครือข่ายป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมโครงการพร้อมเพรียงกัน

 

นายนิพนธ์ กล่าวว่า “การดำเนินงานด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นการติดตามการดำเนินงานและรับทราบปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ ในการแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับสถานการณ์และสภาพของพื้นที่ เมื่อดูจากพื้นที่ความรับผิดชอบแล้ว พบว่าถนนส่วนใหญ่กว่า 6 แสนกิโลเมตร อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) จึงเป็นเหตุผลว่าเหตุใดอุบัติเหตุทางถนน มากถึง 75% จึงเกิดขึ้นในเส้นทางพื้นที่ความรับผิดชอบของอปท. ที่ผ่านมาในช่วง 7 วันอันตรายส่วนใหญ่ จะตั้งด่านตรวจถนนของกรมทางหลวง ซึ่งเป็นถนนสายหลักของจังหวัด รองลงมาคือถนนสายชนบทน้อยครั้งที่จะมีด่านตรวจในถนนสายรอง


จึงทำให้เกิดช่องว่างก่อให้การเสียชีวิตอุบัติเหตุในถนนสายรองในหมู่บ้าน ตำบลจากเดิมมีการปิดจุดเสี่ยงที่เน้นไปในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ไม่ได้เน้นจุดเสี่ยงของถนนท้องถิ่น ดังนั้นจึงได้เน้นย้ำว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำอย่างน้อยเรื่องสัญญาณไฟจราจร สัญญาณไฟต่างๆ ป้ายจราจร ท้องถิ่นต้องให้ความสำคัญและต้องมีการตื่นตัวมากขึ้น เพื่อดูแลรับผิดชอบในเรื่องถนนและการปิดจุดเสี่ยงร่วมกัน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายลดอัตราการสูญเสียชีวิต”

“วันนี้จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เข้าไปขับเคลื่อนการดำเนินงานและประเมินผลเป็นประจำทุกเดือน ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติหตุในพื้นที่อย่างจริงจัง เพราะประเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปจากพื้นที่ชนบทกลายเป็นชุมชนเมืองกันหมดแล้ว มีการจราจรหนาแน่นขึ้น และเมื่อถนนดีขึ้นคนก็ขับเร็วมากขึ้นด้วย เมื่อท้องถิ่นละเลยไม่ให้ความสำคัญ ในการพัฒนาปรับปรุงถนนให้ปลอดภัย รวมถึงบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ทำให้ตัวเลขอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้น จากนี้ไปท้องถิ่นต้องให้ความสำคัญมากขึ้นกับสัญญาณจราจร สัญญาณป้าย ไฟกระพริบ อย่าปล่อยให้เป็นสี่แยกวัดใจ เมื่อเป็นเจ้าของถนนต้องดูแลถนนให้ปลอดภัย หากปล่อยให้ชำรุด ไม่มีป้ายและสัญญาณบอก ต้องรับผิดชอบจ่ายเงินค่าเสียหายให้ผู้เสียชีวิต โดยเน้นผลักดันกลไกระดับท้องถิ่น ทำให้เริ่มเห็นทิศทางดีขึ้นเป็นลำดับ แม้ขณะนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิตไม่ได้ลดลงอย่างแต่เป็นนิมิตรหมายที่ดีที่เราสามารถลดการตายลงได้”

“ทั้งนี้ขอกำชับทุกส่วนต้องมีการขับเคลื่อนการดำเนินงานและประเมินผลเป็นประจำทุกเดือนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับท้องถิ่น ประสานความร่วมมือกับประชาชน และหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุในพื้นที่อย่างจริงจังเพื่อลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน”

 

////

Related posts