ข่าวพาดหัวเมื่อต้นปีที่แล้ว ม็อบยางทวงสัญญากิโลกรัมละ 65 บาท ; ม็อบสวนยางใต้เอาจริง นัดชุมนุมสี่แยกควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เรียกร้องรัฐบาลและ รมว.เกษตรฯ แก้ไขปัญหายางพาราตกต่ำ

ข่าวพาดหัวเมื่อต้นปีที่แล้ว ม็อบยางทวงสัญญากิโลกรัมละ 65 บาท ; ม็อบสวนยางใต้เอาจริง นัดชุมนุมสี่แยกควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เรียกร้องรัฐบาลและ รมว.เกษตรฯ แก้ไขปัญหายางพาราตกต่ำ

 

พร้อมทวงสัญญาจาก #พรรคพลังประชารัฐ และ #พรรคประชาธิปัตย์ หลังเคยวาดฝันนโยบายสวยหรูช่วงหาเสียงเลือกตั้ง หากเป็นรัฐบาลจะทำให้ราคายางสูงขึ้นทันทีถึง กก.ละ 60-65 บาท ห้วงช่วงนั้นราคายางตกต่ำสุดๆ ในราคา 35-40 บาท/กก.เกษตรกรกล่าวกันติดตลกปากว่า”ยาง 3 โลร้อย”

ต้องยอมรับว่า ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกมากที่สุดในภาคใต้ ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียนและของโลก

ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาทุกรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลไหนๆ บริหารระเทศคือ”#ปัญหาราคายางตกต่ำ”และทุกรัฐบาลต้องเข้ามาค้ำยันพยุงราคา และก่อนการเลือกตั้งทุกครั้ง ผู้สมัครจะนำเรื่องยางพารามาหาเสียงโน้มน้าวให้เลือกตนเอง เพื่อที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหายางพาราราคาตกต่ำ

ทุกครั้งเมื่อราคายางตกต่ำมีการเรียกร้องจากเกษตรกรให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือ ราคายิ่งตกต่ำย่อมมีผลกระทบต่อรายได้และปากท้องเกษตรกรผู้ปลูกยางเป็นอย่างมาก แต่ไม่ว่ารัฐบาลจะเข้ามาพยุงราคา ใช้งบประมาณนับหมื่นๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางแล้วก็ตาม แต่ราคายางก็ยังทรงตัวไม่กระเตื้องขึ้น

เมื่อครั้งการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรปี 2562 ที่ผ่านมา พรรคการเมืองบางพรรคถึงกับมีนโยบายแก้ปัญหายางราคาตกต่ำ แต่เมื่อเข้าร่วมรัฐบาลแล้ว ก็ไม่สามารถทำได้ตามนโยบาย การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าดีที่สุดคือ การพยุงราคา การสนับสนุนเงินบรรเทาความเดือดร้อนไร่ละเท่าไรก็ว่ากันไป

“มันเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้หรอกไม่ว่ารัฐบาลไหนๆ ทำได้เพียงให้เงินอุดหนุนเท่านั้น”เกษตรกรรายหนึ่งกล่าวและว่า

“มีอยู่ช่วงหนึ่งราคาพุ่งไปกว่า 60 บาท/กก.ถือว่าสมน้ำสมเนื้ออยู่ได้ แต่มามองราคาปัจจุบันทั้งราคายางแผ่นดิบ ราคาน้ำยางสดต่ำกว่า 50 บาท/กก.มานานจนเกษตรกรเจ้าของสวนเองหมดแรงที่จะเรียกร้อง”

“สิ่งที่เกษตรกรเจ้าของสวนยางทำได้ในขณะนี้คือต้องทำใจว่า สิ่งที่เราได้มาในแต่ละวัน เราอย่าไปคิดค่าแรง แต่ให้เราคิดว่าเรากรีดยางของเราเอง ได้ทำไรก็เท่านั้น”

เกษตรกรเจ้าของสวนยางยังกล่าวว่า ปัจจุบันยางพารามีพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นทุกภาคของประเทศ ปริมาณผลผลิตก็ย่อมจะเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ในขณะเดียวกันราคายางพาราในตลาดโลกก็ลดลงเรื่อยๆ ประกอบกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกตกต่ำ รัฐบาลก็อ้างเหตุเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการส่งออก ความต้องการของตลาดโลกลดลง

“เป็นเรื่องที่น่าขบคิด เช่น เมื่อก่อนเมื่อราคาน้ำมันโลกสูง ราคายางพาราก็สูงตามไปด้วย แต่ปัจจุบันกลับตาลปัต ราคาน้ำมันโลก น้ำมันที่ขายในประเทศไทยเรามีแต่ราคาขยับขึ้นทุกวัน ทั้งๆ ที่เศรฐบกิจโลกตกต่ำ”

พร้อมยกตัวอย่างว่า”สายการบินก็หยุดบินทุกประเทศทั่วโลก แต่มันสวนทางกับความเป็นจริง ราคายางไม่ได้สูงตามราคาน้ำมัน มันเป็นเรื่องที่เราต้องทำใจครับ”

#การยางแห่งประเทศไทย รายงานราคายางวันนี้ (11 กันยา 64) ราคาท้องถิ่น ยางแผ่นดิบ 47.80 บาท/กก. น้ำยางสด ณ โรงงาน 46.50 บาท/กก. ราคาประมูล ณ ตลาดกลางยางพารา จ.สงขลา ยางแผ่นดิบ 49.96 บาท/กก.ยางแผ่นรมควัน ชั้น 3 52.09 บาท/กก.

Photo : Report : #KasemLimaphan #สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย

Related posts