ผู้ก่อความไม่สงบยังคงใช้ความพยายามก่อเหตุสร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนความสนใจจากเจ้าหน้าที่ในหลายจุดของพื้นที่ จ.นราธิวาส ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงใช้ความพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้กระทำผิดเข้ามอบตัว ลดความสูญเสียของทั้ง 2 ฝ่าย

ผู้ก่อความไม่สงบยังคงใช้ความพยายามก่อเหตุสร้างสถานการณ์เบี่ยงเบนความสนใจจากเจ้าหน้าที่ในหลายจุดของพื้นที่ จ.นราธิวาส ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงใช้ความพยายามเกลี้ยกล่อมให้ผู้กระทำผิดเข้ามอบตัว ลดความสูญเสียของทั้ง 2 ฝ่าย

 

 

วันนี้ 2 ตุลาคม 2564 ที่บ้านฮูแตยือลอ ตำบลบาเระใต้ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เหตุบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ หลังการปฏิบัติเข้าสู่วันที่ 5 แต่ยังไร้วี่แววของผู้กระทำผิดเข้ามอบตัว โดยทางเจ้าหน้าที่ยังคงมีความพยายามในการเชิญผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ครอบครัว เข้าเจรจาให้ออกมามอบตัวและต่อสู้กันด้วยกฎหมาย ตามหลักสิทธิมนุยธรรม แต่ก็ยังไร้ผล ขณะเดียวกันกลุ่มก่อความไม่สงบยังคงใช้สถานการณ์ดังกล่าวก่อเหตุในหลายพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส หวังเบี่ยงเบนความสนใจต่อกำลังเจ้าหน้าที่จากการปิดล้อมบ้านฮูแตยือลอ

แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า “กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยังคงมีความพยายามก่อเหตุ ตัดกำลัง บั่นทอนการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ก็ไม่ส่งผลต่อภารกิจแต่อย่างไร เจ้าหน้าที่ยังคงคุมเข็ม มีความพร้อมต่อการเผชิญเหตุในการเข้าควบคุมพื้นที่ ทั้งชั้นนอก ชั้นใน พื้นที่สุ่มเสี่ยง ใช้การคิด วิเคราะห์ และวางแผน ไม่หลงกลลวง สำหรับสถานการณ์ปิดล้อมในขณะนี้สั่งการหน่วยที่เกี่ยวข้องให้ใช้ยุทธวิธีจากเบาไปหาหนัก ดำเนินการตามหลักมนุษยธรรม กับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง อาศัยความร่วมมือจากผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น เข้าเจรจาให้กลุ่มคนร้ายยอมมอบตัว เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียของทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมกันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้า-ออกบริเวณดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย ซึ่งคนร้ายไม่ทราบจำนวนยังคงหลบซ่อนอยู่ และมีการตอบโต้อยู่เป็นระยะ”

และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของกำลังเจ้าหน้าที่ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้นำอาหาร เครื่องดื่ม เข้าสนับสนุนกำลังพลในภารกิจดังกล่าว นอกจากนี้ได้กำชับให้ส่วนที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนถึง มาตรา 189 พร้อมทั้งขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนทุกคน อย่าได้ให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิดทั้งการให้ที่พักพิง หลบซ่อน จัดหาเสบียง เพราะจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมกับระบุว่า การช่วยเหลือโจรเท่ากับเป็นโจรเหมือนกัน

 

นราธิวาส/ข่าว-นูอารีซ๊ะ ยะยือริ

Related posts