นิพนธ์ ลุยช่วยชาวสุโขทัยประสบภัยน้ำท่วม สั่งเร่งเยียวยาให้ครอบคลุมความเสียหาย ยัน รัฐบาลพร้อมดูแลทุกปัญหาของประชาชน

นิพนธ์ ลุยช่วยชาวสุโขทัยประสบภัยน้ำท่วม สั่งเร่งเยียวยาให้ครอบคลุมความเสียหาย ยัน รัฐบาลพร้อมดูแลทุกปัญหาของประชาชน

 

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2564 ที่ อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล คณะที่ปรึกษารมช.มท. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลท่าฉนวน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย โดยจุดแรกลงพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลท่าฉนวน กล่าวพบปะให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพใ้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัย โดยมีนายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย  รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายอำเภอกงไกรลาศ หัวหน้าส่วนราชการ ให้การตอนรับ

จากนั้นรมช.มท และคณะได้เดินทางไปที่ ศาลาการเปรียญวัดท่าฉนวน ตำบลท่าฉนวน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย รับฟังบรรยายสถานการน้ำในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย และกล่าวพบปะประชาชนและมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัย ก่อนเดินทางกลับได้มอบชุดปฎิบัติงานให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ด้วย

นายนิพนธ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ซึ่งทางจังหวัดสุโขทัยได้มีการบริหารจัดการได้ดี พร้อมทั้งการดูแลเรื่องอาหารการกินของพี่น้องประชาชน ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ทำให้สามารถที่จะแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ส่วนความสูญเสียที่เกิดขึ้น ในเรื่องทรัพย์สินต่างๆนั้น ทางรัฐบาลได้มีระเบียบที่ชัดเจน ในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือเยียวยา กรณีชดเชยความเสียหายด้านต่างๆที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการความร่วมมือ พร้อมระดมกำลังดูแลพี่น้องและประชาชนให้ได้รับความปลอดภัยอย่างเต็มความสามารถ และเร่งฟื้นฟูเยียวยาภายหลังน้ำลดตามภารกิจของแต่ละหน่วย เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ยืนยันรัฐบาลพร้อมดูแลแก้ไขทุกปัญหาของประชาชน

สำหรับพื้นที่อำเภอกงไกรลาศจังหวัดสุโขทัย เป็นพื้นที่รับมวลน้ำจากตัวจังหวัดสุโขทัย ปัจจุบันมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 11 ตำบล 77 หมู่บ้าน 2 ชุมชน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 4,000 ครัวเรือน

 

//////

Related posts