พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.ประชาชาติ อภิปราย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย รายมาตรา

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .. เป็นรายมาตรา ซึ่งพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ ได้อภิปรายสนับสนุน

 

พันตำรวจเอก ทวี อภิปรายแสดงความเห็นรายมาตรา โดยได้พูดถึงมาตรา 3 ว่าท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ได้สงวนข้อความคำว่า ‘เจ้าหน้าที่รัฐ’ จึงขอซักถามและแสดงความคิดเห็น ซึ่งในร่างที่เขียนมานั้นให้นิยามความหมายแคบ โดยเขียนว่า ‘บุคคลที่ใช้อำนาจรัฐหรือได้รับมอบอำนาจ หรือได้รับการแต่งตั้ง อนุญาต สนับสนุน หรือยอมโดยตรงหรือโดยปริยายจากผู้มีอำนาจให้ดำเนินการตามกฏหมาย’ ความจริงเจ้าหน้าที่รัฐหมายถึง ‘ผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติงานให้แก่รัฐหรือหน่วยงานของรัฐรวมถึงรัฐสภา’ หลักของการบังคับให้สูญหายหรือการทรมานคือรัฐ ถ้าเขียนนิยามไว้แค่นี้คิดว่าจะทำให้ คนที่ดำเนินการไปอุ้มเขา หรือบังคับให้สูญหาย หรือทรมาน เขาก็จะอ้างว่าเค้าไม่ใช่ผู้มีอำนาจให้ดำเนินการตามกฏหมาย สมมุติว่าเจ้าหน้าที่สภาผู้แทนราษฎรไปดำเนินการก็จะไม่อยู่ในความหมายของคำว่าเจ้าหน้าที่รัฐตามคำนิยามนี้ จึงเป็นช่องทางให้กฎหมายไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง โดยเฉพาะผู้บงการหรือจ้างวานจะไม่อยู่ในกฎหมายแต่เป็นคนของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือทำงานให้รัฐ อาจจะเป็นรัฐวิสาหกิจหรือรัฐอะไรก็ได้

พันตำรวจเอก ทวี ได้ลุกขึ้นอภิปรายอีกครั้งเกี่ยวกับมาตรา 13 เป็นมาตราสำคัญที่จะนำไปสู่หนทางความสำเร็จในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง การเขียนกฎหมายให้อยู่ในมือของคณะกรรมการนั้นไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งมาโดยตลอด เพราะบางทีหากเราเขียนกฎหมายที่ดีโดยสภาผู้แทนราษฎรแล้วส่งไปอยู่ในอุ้งมือของคนเพียง 15 คนที่จะต้องไปดูแลเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนและเป็นเรื่องที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบ ถูกตราหน้าว่าเป็นประเทศที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด อย่างไรก็ตามทราบว่าคณะกรรมการในความพยายามที่จะแก้ไข เห็นว่าสัดส่วนของคณะกรรมการ 15 คนไม่เป็นหลักประกันที่จะคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้ โดยมีสัดส่วนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมหนึ่งคน ปลัดกระทรวงยุติธรรมหนึ่งคน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งข้าราชการในสังกัดหน่วยงานเหล่านี้เป็นบุคคลที่ถูกกล่าวหา จึงขอให้เพิ่มสัดส่วนของคณะกรรมการที่รัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้ง จาก 7 คนเป็น 9 คน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มผู้มีประสบการณ์และความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน แพทย์ นิติเวช

พันตำรวจเอกทวี กล่าวทิ้งท้ายว่า คัมภีร์ของการสืบสวนสอบสวนการบังคับคนให้สูญหายหรือการฆ่าคนตาย มีอยู่สามเรื่อง 1.เทคนิคในการสืบสวนสอบสวน 2.เทคนิคในการพิสูจน์ทางการแพทย์ 3. เทคนิคการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย ประการสำคัญอีกประการคือคณะกรรมการโดยตำแหน่งเพื่อจะให้มีหลักประกันสิทธิเสรีภาพในองค์กรอิสระ อยากให้เพิ่มสามหน่วยงาน คือ 1.เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 2.เลขาธิการศาลยุติธรรม 3.เลขาธิการศาลปกครอง ความสำเร็จหรือไม่สำเร็จของกฎหมายฉบับนี้อยู่ที่คณะกรรมการที่จะคุ้มครองสิทธิประชาชน หากคณะกรรมการตั้งขึ้นโดยรัฐมนตรีแล้วผู้กนะทำความผิดก็คือลูกน้องคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี จึงขอให้ใช้ดุลพินิจในการเลือกคณะกรรมการด้วย

ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฏร ในวาระ 2 และวาระ 3 แล้ว ใช้เวลา 6 ชม.พิจารณารายมาตรา 34 มาตรา โดยในวาระ 3 สภาผู้แทนราษฎรมีมติ #เห็นชอบเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนน 359 เสียง

#ประชาชนประชาชาติ #พรรคประชาชาติ

Related posts