วุฒิสภา เดินหน้าหารือ กสทช. ยกระดับการสื่อสารผลงานฝ่ายนิติบัญญัติสู่ประชาชน

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 12 อาคาร 1 อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช. เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร วุฒิสภา พร้อมด้วย นางยุวดี รูปขจร
ที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ อนุกรรมการ นางสาวบุศรา เพ็งนุ่ม ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานสารสนเทศและศูนย์บริการ Call Center อนุกรรมการและเลขานุการ และทีมเลขานุการ ได้เข้าหารือกับ นายพชร นริพทะพันธุ์ ที่ปรึกษาประธาน กสทช. นายพิชัย สุวรรณกิจบริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม และผู้บริหารของ กสทช. เกี่ยวกับแนวทางการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารบทบาท อำนาจหน้าที่ และผลการดำเนินงานของวุฒิสภา เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างถูกต้อง น่าเชื่อถือ และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น

.
โดยที่ กสทช. มีภารกิจสำคัญในการจัดสรรคลื่นความถี่ของประเทศให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การออกใบอนุญาตและกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม การคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนการส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรมและป้องกันการผูกขาดในธุรกิจสื่อสาร โดยเงื่อนไขการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์กำหนดให้ผู้ประกอบการดำเนินรายการเชิงธุรกิจในสัดส่วนร้อยละ 75 และรายการเพื่อประโยชน์สาธารณะร้อยละ 25

.
ในการหารือครั้งนี้ ได้มีข้อเสนอแนวทางความร่วมมือเพื่อให้สถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ทั่วประเทศสามารถรับสัญญาณข่าวต้นชั่วโมงจาก สถานีวิทยุรัฐสภา และ สถานีโทรทัศน์รัฐสภา เพิ่มเติม นอกเหนือจากการรับสัญญาณจากกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขใบอนุญาตได้ครบถ้วน พร้อมทั้งส่งเสริมให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติถูกเผยแพร่สู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง
.
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดในการสร้างความร่วมมือกับสมาคมผู้ประกอบการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสารข้อมูลของวุฒิสภาและเสริมสร้างความเข้าใจของประชาชนต่อการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ
.
ด้านที่ปรึกษาประธาน กสทช. กล่าวว่า กสทช. พร้อมให้ความร่วมมือกับวุฒิสภาในการขับเคลื่อนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณะ เนื่องจากให้ความสำคัญต่อบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติในการสร้างการรับรู้และความเข้าใจแก่ประชาชน โดยรายละเอียดความร่วมมือในเชิงปฏิบัติจะมีการหารือร่วมกันในลำดับต่อไป เพื่อให้การดำเนินงานเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อสาธารณะสูงสุด