คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา

เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์นพดล อินนา ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พร้อมด้วย นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ คนที่สอง พลเรือเอก พัลลภ ตมิศานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญ

พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญ พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญ นายคำนูณ สิทธิสมาน ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญ นายเทพมนตรี ลิมปพยอม ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญ นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา

นายสุวันชัย แสงสุขเอี่ยม ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการวิสามัญ นาวาเอก ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมาน ได้รายรัมย์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการวิสามัญ และพลโท กนก เนตระคเวสนะ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับฟังบรรยายสรุป แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และติดตามสถานการณ์ปัญหาเขตแดนไทย–กัมพูชา

ในการนี้ คณะได้ประชุมรับทราบข้อมูลจากหน่วยงานราชการและประชาชนในพื้นที่ ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียของการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 โดยมีนายอาทิตย์ บุษบา นายอำเภอน้ำยืน ผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ และหัวหน้าส่วนราชการ ให้การต้อนรับและให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน

จากนั้น คณะได้เดินทางต่อไปยังจุดผ่อนปรนการค้าและการผ่านแดนช่องอานม้า บ้านน้ำยืน ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ด้านความมั่นคงจากพันเอก สุรกิจ กาฬเนตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 (ผบ.ฉก.1) ผู้แทนของกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 และหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่

โดยได้รับรายงานสถานการณ์ว่ามีการละเมิดในพื้นที่พบการลักลอบสร้างบ้าน และตลาดของชาวกัมพูชา รวมถึงอนุสาวรีย์ตาอม บ่อนไก่ คาสิโน และอาคารตรีเพียบ ซึ่งเป็นพื้นที่เขตแดนไทยและผิดข้อตกลง ซึ่งหลังสถานการณ์การปะทะที่ผ่านมา ทางหน่วยได้ควบคุมพื้นที่และดำเนินการรักษาความมั่นคงอย่างใกล้ชิด

ต่อมา คณะเดินทางไปตรวจเยี่ยมบริเวณ หน้าเนิน 481 ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่เรียกว่า สามเหลี่ยมมรกต เป็นรอยต่อ 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย–ลาว–กัมพูชา โดยพื้นที่ดังกล่าวมีจุดยุทธศาสตร์สำคัญหลายจุด เช่น เนิน 469 เนิน 500 และเนิน 745 ซึ่งเคยเกิดเหตุการณ์ความตึงเครียดและการปะทะในอดีต ซึ่งในปัจจุบันมีการเสริมกำลังในพื้นที่ โดยมีกำลังประจำการระดับกองร้อยหลายหน่วย และมีการจัดกำลังเพิ่มเติมเพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวสันเขา ซึ่งเส้นเขตแดนตามแผนที่อยู่บริเวณแนวยอดเขา

หลังจากรับฟังข้อมูล คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ร่วมถึงข้อห่วงใยต่อกรณีที่ทหารได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนมอบของที่ระลึกแก่ผู้แทนหน่วยทหาร

ทั้งนี้ ข้อมูลจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ จะนำไปประกอบการพิจารณาศึกษาอย่างรอบด้าน เพื่อจัดทำข้อเสนอการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา ต่อไป
