คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา เดินหน้าขับเคลื่อนการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยจัดสัมมนาเชิงนโยบายระดับภูมิภาค เพื่อเปิดเวทีรับฟังข้อเท็จจริงจากพื้นที่ พร้อมระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความเป็นธรรม และความยั่งยืนของระบบ “บัตรทอง”

เมื่อวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 ระหว่างเวลา 08.00 – 15.00 นาฬิกา นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข พร้อมด้วยนายโสภณ มะโนมะยา รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาระบบงบประมาณ การบริหารจัดการ และธรรมาภิบาลภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้นำคณะกรรมาธิการลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อจัดสัมมนาเชิงนโยบาย (ระดับภูมิภาค) ในหัวข้อ “การปฏิรูประบบงบประมาณ การบริหารจัดการ และธรรมาภิบาลกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” ณ ห้องลากูน่า ควีน บี ชั้น 1 โรงแรมลากูน่า แกรนด์ แอนด์ สปา จังหวัดสงขลา

การจัดสัมมนาครั้งนี้มุ่งเน้นการรับฟังข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์จากพื้นที่ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงนโยบายระหว่างผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารหน่วยบริการ บุคลากรสาธารณสุข และภาควิชาการ เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางการปฏิรูปที่มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ และสอดคล้องกับบริบทของระบบบริการสุขภาพในพื้นที่

ทั้งนี้ เวทีสัมมนาได้เปิดการอภิปรายใน 5 มิติสำคัญ ได้แก่
1.โครงสร้างงบประมาณและต้นทุนจริงของบริการสุขภาพ
2.ต้นทุนหน่วยบริการและผลกระทบในพื้นที่
3.กลไกการกำกับดูแลและขอบเขตอำนาจหน้าที่
4.ธรรมาภิบาลและประสิทธิภาพของระบบ
5.ช่องว่างทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

จากการอภิปรายและการแสดงความคิดเห็น พบว่า ควรมุ่งเน้นการจัดสรรงบประมาณตามต้นทุนจริง และควรทบทวนพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน พร้อมทั้งเสริมสร้างระบบธรรมาภิบาลให้เกิดความโปร่งใส ลดภาระงานของผู้ปฏิบัติงาน โดยยึดผลสัมฤทธิ์ของการให้บริการสุขภาพต่อประชาชนเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้พิจารณาบูรณาการสิทธิประโยชน์ระหว่าง 3 กองทุนหลักด้านสุขภาพ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ควบคู่กับการกำหนดนิยามสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานให้ชัดเจน และการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อยกระดับระบบหลักประกันสุขภาพให้มีความยั่งยืนทางการคลัง มีความเป็นธรรมต่อหน่วยบริการ และสามารถรักษาความยุติธรรมและความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

ภายหลังการสัมมนา ได้มีการจัดกระบวนการระดมความคิดเห็นเชิงปฏิบัติการ (Workshop) แบ่งเป็น 4 กลุ่ม เพื่อวิเคราะห์ปัญหาเชิงลึกและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ครอบคลุมทั้งข้อเสนอเชิงปฏิบัติ ข้อเสนอเชิงกฎหมาย และข้อเสนอเชิงโครงสร้าง ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ด้านโครงสร้างงบประมาณการคลัง
เสนอให้ปรับเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณตามบริบทพื้นที่และมาตรฐานการดำเนินงานขั้นต่ำ พร้อมทั้งเร่งปรับปรุงกฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อรองรับการร่วมจ่าย (Co-payment) ปฏิรูปโครงสร้างค่าตอบแทนให้สะท้อนภาระงานจริง และลดความซ้ำซ้อนของระบบสารสนเทศ เพื่อสร้างความยั่งยืนของระบบสาธารณสุขในระยะยาว

กลุ่มที่ 2 ด้านการบริหารจัดการและระบบกำกับติดตาม (M&E)
จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านนโยบาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินและภาระงานของหน่วยบริการ จึงเสนอให้กำหนดกรอบนโยบายสิทธิประโยชน์ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 4 เดือน เพื่อให้หน่วยบริการสามารถวางแผนทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งพัฒนากลไกธรรมาภิบาลที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้

กลุ่มที่ 3 ด้านยุทธศาสตร์และแรงจูงใจของระบบ
เสนอให้ปรับปรุงรูปแบบการร่วมจ่าย (Co-payment) เพื่อเสริมความยั่งยืนทางการคลัง รวมทั้งแก้ไขปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างภาระงานและค่าตอบแทนบุคลากร ควบคู่กับการบูรณาการฐานข้อมูลสุขภาพระดับประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบบริการปฐมภูมิ และรักษาความต่อเนื่องของนโยบาย

กลุ่มที่ 4 ด้านโครงสร้างอำนาจและธรรมาภิบาล
จากความซับซ้อนของโครงสร้างคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อนและการจัดสรรงบประมาณแบบรวมศูนย์ จึงมีข้อเสนอให้ปรับปรุงองค์ประกอบคณะกรรมการให้มีความหลากหลายและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พร้อมทั้งกระจายอำนาจการบริหารจัดการงบประมาณสู่ระดับเขต เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน และพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพที่โปร่งใสและปลอดภัย
คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ระบุว่า ข้อสรุปและข้อเสนอแนะจากการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว จะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเชิงนโยบายตามอำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ครอบคลุมทั้งด้านการกำกับดูแล การปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย และการผลักดันแนวทางพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ “บัตรทอง” ในระยะต่อไป จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของระบบให้สามารถรองรับภาระด้านสาธารณสุขที่เพิ่มสูงขึ้น และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง เป็นธรรม และยั่งยืน
ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง
🌐 เว็บไซต์คณะกรรมาธิการ : https://www.senate.go.th/view/424/main/TH-TH/
#กมธ. #สาธารณสุข #สว #กรรมาธิการ #วุฒิสภา
#กมธสาธารณสุขวุฒิสภา #วุฒิสภา #สาธารณสุขวุฒิสภา
#คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข