โฆษก กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา แถลงข่าวความรุนแรง จชต.

โฆษก กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา แถลงข่าวความรุนแรง จชต.
วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.40 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภาโดยนายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ และร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธานคณะกรรมธิการ คนที่หนึ่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด กรรมาธิการร่วมแถลงข่าว เรื่อง “ความรุนแรงชายแดนใต้ภายใต้แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.รมน.ภาค 4 และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในปัจจุบัน” ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (ฝั่งสภาผู้แทนราษฎร)
จากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กองกำลังติดอาวุธขบวนการต่าง ๆ ได้ก่อเหตุบ่อยครั้งมากขึ้นและขยายทั้ง 3 จังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดปัตตานีได้มีเหตุการณ์ที่ทวีรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายความมั่นคง คือ กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า หรือ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้รับผิดชอบหลักเพื่อรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาตลอด คณะกรรมาธิการเห็นว่าอาจจะยังไม่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนหรือผู้ประกอบการหรือภาคเอกชนในพื้นที่ เพราะตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2568 – มิถุนายน 2569 มีเหตุร้ายรายวันเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและการป้องกันเหตุรุนแรงยังไม่เพียงพอ
โฆษกคณะกรรมาธิการเห็นว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าพบว่าใน 4 ด้านยังขาดประสิทธิภาพ คือ (1) ในงานการข่าว (2) งานมวลชน (3) การป้องกันเหตุ และ (4) การปฏิบัติการเชิงรุก ซึ่งส่งผลให้กลุ่มกองกำลังติดอาวุธขบวนการต่าง ๆ ปฏิบัติการก่อเหตุร้ายรุนแรงอย่างเสรีได้ โดยเฉพาะบนถนนสายหลักที่ไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงปฏิบัติการในเวลากลางคืน
เพราะฉะนั้น การเสนอนายกรัฐมนตรีเร่งแก้ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้านี้
ที่เพิ่มความถี่ของการก่อเหตุและลุกลามทั้ง 3 จังหวัด และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นจึงถือว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างแท้จริงเพื่อให้การแก้ปัญหากับหยุดเหตุความรุนแรงขณะนี้ที่เกิดขึ้นโดยฉับพลันและเด็ดขาดก่อนจะสูญเสียมากกว่านี้
คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ตระหนักในบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบต่ออธิปไตยและความมั่นคงของชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประสบความทุกข์ทั้งบาดแผลทางร่างกายหรือจิตใจและความสูญเสียชีวิตกับทรัพย์สินมาอย่างอย่างนาน
 คณะกรรมาธิการจึงมีข้อเสนอดังกล่าวและพร้อมจะยืนเคียงคู่กับประชาชนในพื้นที่ ข้าราชการทุกหมู่เหล่า และกองทัพไทยเพื่อนำความไว้วางใจต่อกันอย่างไร้อคติในฐานะประชาชนร่วมผืนแผ่นดินเกิดเดียวกันอย่างเข้าใจและเข้าถึงความรู้สึกของคนในพื้นที่อย่างแท้จริงไม่ว่าจะต้องใช้เวลายาวนานเพียงใดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องเกิดขึ้นด้วยมือของเราทุกคน

Related posts