“สรรเพชญ” ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในจังหวัดปัตตานี และพื้นที่ภาคใต้ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ให้เดินทาง – ขนส่งสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

“สรรเพชญ” ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในจังหวัดปัตตานี และพื้นที่ภาคใต้ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ให้เดินทาง – ขนส่งสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

 

วันนี้ (19 กรกฎาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน รับฟังปัญหาและอุปสรรค พร้อมมอบนโยบายและข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนโครงการด้านคมนาคมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของประชาชน และยกระดับการให้บริการด้านการคมนาคมในพื้นที่ให้มีความสะดวก ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ โดยมี นายแวรุสลัน มะสาและ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายฆอาลี ดุสะเหม๊าะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมลงพื้นที่

นายสรรเพชญ กล่าวว่า ในวันนี้ได้ลงพื้นที่มาติดตามสภาพร่องน้ำ โครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำชายฝั่งทะเล Sand Bypassing ร่องน้ำบางราพา อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อรับทราบปัญหาความตื้นเขินของร่องน้ำและติดตามความพร้อมการดำเนินโครงการขุดลอก ข้อมูลสภาพพื้นที่ รายละเอียดโครงการ พร้อมทั้งได้มอบนโยบายให้กรมเจ้าท่า (จท.) เร่งการใช้งบประมาณจ้างเหมาประจำปี 2570 ของร่องน้ำบางราพา ซึ่งโครงการฯ ได้รับจัดสรรงบประมาณ 14,231,700 บาท ปริมาณวัสดุขุดลอกจำนวน 150,000 ลูกบาศก์เมตร ระยะทางดำเนินการ 1,600 เมตร ขนาดร่องน้ำกว้าง 40 เมตร ลึก 4 เมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมทางน้ำและยกระดับความปลอดภัยในการเดินเรือ พร้อมกันนี้ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงานและงบประมาณที่กำหนด พร้อมทั้งศึกษาการป้องกันปัญหาการตื้นเขินของร่องน้ำในระยะยาว โดยปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน เพื่อให้ร่องน้ำบางราพาสามารถรองรับการสัญจรทางน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมเศรษฐกิจ การประมง และการขนส่งทางน้ำของพื้นที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี อย่างยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ได้ติดตามการก่อสร้างทางหลวงผ่านชุมชนเพื่อคนทุกกลุ่ม ทล.42 ตอนนาจวก – ดอนยาง อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานีระหว่าง กม. ที่ 78+700 – 79+610 ระยะทาง 910 เมตร ใช้งบประมาณ 60 ล้านบาท เส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางเข้าสู่อำเภอโคกโพธิ์ และเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดปัตตานีกับสงขลา และเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางการเกษตรและอุตสาหกรรมที่สำคัญ ช่วงดังกล่าวเป็นถนนขนาด 2 ช่องจราจร ผิวทางกว้าง 11 เมตรไหล่ทางข้างละ 2 เมตร ปริมาณจราจรค่อนข้างหนาแน่นทำให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้เส้นทาง รูปแบบการก่อสร้างและวิธีแก้ไขปัญหาจะปรับปรุงก่อสร้างขยายความกว้างเป็น 4 ช่องจราจร เกาะกลางแบบยก พร้อมทางเท้า ขยายความกว้างสะพานและก่อสร้างระบบระบายน้ำสองข้างทาง ปัจจุบันได้รับบรรจุในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 แล้ว พร้อมทั้งมอบให้กรมทางหลวง (ทล.) เร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงาน งบประมาณ และปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ทล. อยู่ระหว่างสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจรบน ทล.42 คลองแงะ – จุดผ่านแดนถาวรสุไหงโก-ลก (เขตแดนไทย – มาเลเซีย) ตอนนาจวก – ดอนยาง คาดว่าจะสำรวจและออกแบบแล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2570 สำหรับ ทล.42 มีระยะทางประมาณ 264 กิโลเมตร เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สนับสนุนการเดินทาง การท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้าทั้งภายในประเทศและเชื่อมต่อระหว่างประเทศผ่านด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจรตลอดแนวเส้นทาง แต่ยังคงมีบางช่วงในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ยังเป็นขนาด 2 ช่องจราจร ระยะทางประมาณ 7.45 กิโลเมตร ในการพัฒนาโครงการจะขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจรตลอดแนวเส้นทาง จัดการทางเชื่อม จุดกลับรถ ออกแบบระบบระบายน้ำ และความปลอดภัยของผู้ใช้ทางเพื่อให้การเดินทางมีความต่อเนื่อง และลดจุดขัดแย้งด้านการจราจร เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเดินทางและขนส่งเพิ่มความปลอดภัย ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ ส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สร้างโอกาสทางการค้าการลงทุน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสังคมให้กับประชาชน

นายสรรเพชญ กล่าวต่ออีกว่า กระทรวงคมนาคม เดินหน้าพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในจังหวัดปัตตานี และพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ในปีงบประมาณ 2570 ได้จัดสรรงบประมาณของกระทรวงคมนาคมมาลงในจังหวัดปัตตานี ไม่ตํ่ากว่า 2,300 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการก่อสร้าง และปรับปรุงทางหลวงสายสําคัญ การพัฒนาแยกตะลุโบะและแยกดอนยาง การขยายถนน ทล.410 ที่จะเชื่อมไปจังหวัดยะลา การศึกษาพัฒนาร่องนํ้าปัตตานี ตลอดจนการเชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟทางคู่ของภาคใต้ เพื่อให้การเดินทางและการขนส่งมีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น เมื่อระบบคมนาคมเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ สินค้าเกษตร อาหารฮาลาล ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าจากผู้ประกอบการในพื้นที่จะสามารถขนส่งไปยังตลาดต่างจังหวัด ตลาดชายแดน และตลาดต่างประเทศได้สะดวกขึ้น เกิดการลงทุน เกิดธุรกิจใหม่ และการจ้างงานที่หลากหลาย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การขนส่ง การท่องเที่ยว การค้า การซ่อมบํารุง งานบริการ และงานที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่

“ทุกโครงการของกระทรวงคมนาคมไม่ได้มีจุดหมายอยู่เพียงถนน สะพาน ท่าเรือ หรือรางรถไฟ แต่จุดหมายที่แท้จริงคือการสร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างอนาคตให้กับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนชาวปัตตานี และจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้สามารถศึกษา ทํางาน มีรายได้ และเติบโตในบ้านเกิดของตนเองได้“ นายวรรเพชญ กล่าว

ในวันเดียวกันนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาบุตรสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูปัตตานี จำกัด ณ โรงแรมเซาเทิร์นวิว ปัตตานี จังหวัดปัตตานี เพื่อช่วยเหลือและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาแก่ครอบครัวสมาชิก สร้างขวัญและกำลังใจแก่นักเรียน นักศึกษาที่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับประชาชน เพราะเชื่อว่าการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศคือ การลงทุนด้านบุคลากร และการพัฒนาทุนมนุษย์คือรากฐานสำคัญที่จะกำหนดอนาคตของประเทศไทย

ในโอกาสนี้สมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี ได้ยืนหนังสือต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขอให้รัฐบาล พิจารณาอนุมัติงบกลางปีงบประมาณ 2570 สำหรับจัดทำโครงการขุดลอกร่องน้ำแม่น้ำปัตตานีเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากของจังหวัดปัตตานี และยะลา ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทั้งสองจังหวัด แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อบริหารโครงการขุดลอกร่องน้ำแม่น้ำปัตตานี และมอบให้กระทรวงคมนาคมจัดทำงบประมาณต่อเนื่องในจำนวนที่เพียงพอเพื่อขุดลอกร่องน้ำแม่น้ำปัตตานีให้มีประสิทธิภาพทุกปี

Related posts