แม่ทัพภาคที่ 3 ชมการสาธิตการใช้งานอากาศยานไร้คนขับ ‘ โดรน ‘ จาก “บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด” เทคโนโลยีสนับสนุนทางยุทธวิธีและการประยุกต์ใช้ภารกิจป้องกันแก้ไขไฟป่า ช่วยเหลือประชาชนพื้นที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. พล.โท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 รับชมการสาธิตการใช้งานอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ทางยุทธวิธีและการประยุกต์ใช้ในภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า และสนับสนุนช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ใน พื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ณ อาคารอเนกประสงค์กองพลทหารราบที่ 4 กองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี พลตรี เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 3 คณะผู้บังคับบัญชากองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 และ กองพลทหารราบที่ 4 เข้าร่วมรับชมฯ

ในการสาธิตครั้งนี้ บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด (SYSTRONICS CO.,LTD) ได้นำอากาศยานไร้คนขับรุ่น DJI Flycart 100 ซึ่งเป็นโดรนขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่ มาจัดแสดงและบินสาธิต เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้สนับสนุนภารกิจลดปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับการประยุกต์ใช้ปฏิบัติการ มีแนวทางสำคัญดังนี้
การขนส่งเสบียงและอุปกรณ์ดับไฟป่า ส่งยารักษาโรค อาหาร และน้ำดื่มให้แก่ชุดปฏิบัติการเดินเท้าในพื้นที่ป่าลึกอย่างรวดเร็วลดความเสี่ยงของกำลังพล ลดการใช้แรงงานคนและอากาศยานขนาดใหญ่ในสภาพทัศนวิสัยต่ำจากกลุ่มควัน

อีกภารกิจหนึ่งที่สำคัญในช่วงสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในปี 2569 นี้ จิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 รุ่น 1/65 ร่วมกับ ทีมโดรนจิตอาสา บริษัิซิสทรอนิกส์ จำกัด จิตอาสา ภาคประชาชน ชุดเฝ้าระวังไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัฯหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า นำโดรนอาสามาปฎิบัติการทำแนวกันไฟบนดอยสุเทพ และได้ทำการใช้อากาศไร้คนขับในการขนอุปกรณ์ที่จำเป็นในภารกิจไฟป่า ซึ่งสามารถขนโบเวอร์ , ลำเลียงน้ำมัน น้ำดื่ม อาหาร ยารักษาโรคได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงสามารถขนสัมภาระได้โดยดังที่กล่าวมาเดินขึ้นบนภูเขาได้อย่างรวดเร็วทำให้ผู้ทำภาระกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ บริเวณจุดชมวิวดอยสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

และ จากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงและกระแสน้ำเชี่ยวแรงในพื้นที่ จังหวัดน่าน จนเป็นเหตุให้มีชายวัย 58 ปี สูญหายพร้อมเรือบริเวณแม่น้ำน่าน อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน
ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดน่าน พร้อม จิตอาสา 904 จังหวัดน่าน ร่วมกับ บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ได้นำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ลงพื้นที่เข้าสนับสนุนภารกิจร่วมกับทีมชุดนักบินโดรนนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานกู้ภัย โดยขึ้นบินสำรวจเหนือน้ำและพื้นที่โดยรอบ เพื่อขยายขอบเขตการค้นหาจากมุมสูงในจุดที่เข้าถึงยาก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและข้อมูลให้ชุดปฏิบัติการภาคพื้นดินสามารถวางแผนค้นหาได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ จิตอาสา 904 ภาค 3 จังหวัดน่าน ร่วมกับ บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ได้รับประสานจาก โรงพยาบาลปัว จังหวัดน่าน ให้นำโดรนขนส่งขนาด 30 กิโลกรัม เพื่อบินขนส่งอาหาร น้ำ ถุงยังชีพ และเวชภัณฑ์ เนื่องจาก บ้านห้วยปูด ประสบปัญหาเส้นทางถูกตัดขาดจากน้ำป่าไหลหลาก ชาวบ้านห้วยปูดจำนวน 150 คน ต้องทำการเดินเท้าไป-กลับระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ซึ่งสามารถเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซอยเส้นทาง อำเภอปัว-บ้านห้วยปูด โดยสามารถลดระยะทางการเดินเท้าขึ้น-ลงเขาของชาวบ้านห้วยปูด เพื่อมารับอาหาร น้ำ ถุงยังชีพ และเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ได้เหลือ 2 กิโลเมตร ทั้งนี้ นักบินโดรนได้ทำการบินลำเลียงขนส่งรวมทั้งหมด 8 รอบการบิน รอบละ 27 กิโลกรัม ตั้งแต่เวลา 15.00น. และสำเร็จภารกิจในเวลา 18.00น.

โดยภารกิจครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุน ทั้งอาหาร น้ำ ถุงยังชีพ และเวชภัณฑ์ จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นายเลอพงศ์ สวนสังข์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการป้องกันสาธารณภัย และ นายดุสิต พงศาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการกองมาตรการป้องกันสาธารณภัย
ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดน่าน จิตอาสา 904 และ ทีมโดรน “บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด” ถือเป็นอีกหนึ่งพลังสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ในการบรรเทาช่วยเหลือสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดน่าน ให้คลี่คลายโดยเร็ว✌️🚁
ทั้งนี้ ได้ร่วมปฎิบัติภารกิจการบินโดรนขนส่ง ภายใต้กฎระเบียบควบคุมการใช้ห้วงอากาศกับทีมโดรนพระราชทาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กองทัพภาคที่ 3 มุ่งมั่นบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกับภาคเอกชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดับไฟป่าอย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น