“นิพนธ์” เผยสภา มจร. เห็นชอบยกฐานะหน่วยวิทยบริการ มจร.สงขลา เป็น “วิทยาลัยสงฆ์สงขลา” สำเร็จ หลังร่วมผลักดันกว่า 20 ปี

“นิพนธ์” เผยสภา มจร. เห็นชอบยกฐานะหน่วยวิทยบริการ มจร.สงขลา เป็น “วิทยาลัยสงฆ์สงขลา” สำเร็จ หลังร่วมผลักดันกว่า 20 ปี

 

วันนี้ (29 กันยายน 2569) นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ครั้งที่ 9/2569 มีมติเห็นชอบการยกฐานะหน่วยวิทยบริการวิทยาลัยสงฆ์นครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดสงขลา ขึ้นเป็น “วิทยาลัยสงฆ์สงขลา” ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาการศึกษาพระพุทธศาสนาในจังหวัดสงขลา

การประชุมครั้งนี้มี พระพรหมวัชรธีราจารย์, ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พระเทพวชิรสุตาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยกรรมการสภามหาวิทยาลัยและผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยนายนิพนธ์ได้เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบออนไลน์ (Video Conference) เพื่อรับทราบและร่วมในวาระสำคัญดังกล่าว ทั้งนี้ พระพรหมวัชรธีราจารย์ได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิการบดี มจร. ในปี 2569 ขณะที่พระเทพวชิรสุตาภรณ์ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดสงขลา

นายนิพนธ์กล่าวว่า ความสำเร็จในวันนี้เป็นผลจากความร่วมมือของคณะสงฆ์และผู้เกี่ยวข้องในจังหวัดสงขลาที่ร่วมกันผลักดันมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี โดยย้อนกลับไปเมื่อปี 2547 ตนพร้อมด้วยคณะสงฆ์และผู้ที่เกี่ยวข้องในขณะนั้น ได้ร่วมประชุมหารือกันที่บ้านพักของตนถึงแนวทางการจัดตั้งหน่วยวิทยบริการของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในจังหวัดสงขลา เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้แก่พระภิกษุ สามเณร ตลอดจนประชาชนในพื้นที่

ต่อมาในปี 2548 สภามหาวิทยาลัยได้อนุมัติให้เปิดหน่วยวิทยบริการ คณะพุทธศาสตร์ ณ จังหวัดสงขลา และเริ่มจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2548 เป็นต้นมา โดยข้อมูลของหน่วยวิทยบริการ มจร.สงขลา ระบุว่า สภามหาวิทยาลัยมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2548 ก่อนจะพัฒนาการจัดการศึกษา บุคลากร และสถานที่มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนสิงหาคม 2569 คณะกรรมการได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและประเมินความพร้อมในการยกฐานะหน่วยวิทยบริการเป็นวิทยาลัยสงฆ์ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ หลังพิจารณาความพร้อมด้านการบริหารจัดการ การจัดการศึกษา บุคลากร และอาคารสถานที่ ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภามหาวิทยาลัยต่อไป

นายนิพนธ์กล่าวว่า จากวันที่เริ่มต้นหารือและร่วมกันผลักดันจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 20 ปี จึงถือเป็นความภาคภูมิใจของทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วม และการยกฐานะเป็น “วิทยาลัยสงฆ์สงขลา” จะทำให้การบริหารจัดการและการจัดการศึกษามีความเข้มแข็งมากขึ้น สามารถขยายโอกาสทางการศึกษา พัฒนาบุคลากรและงานวิชาการด้านพระพุทธศาสนา ตลอดจนเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนากับการพัฒนาชุมชนและสังคมในจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้

“กว่า 20 ปีที่ทุกฝ่ายร่วมกันเดินหน้าผลักดัน วันนี้ถือว่าความตั้งใจประสบผลสำเร็จอีกขั้น การมีวิทยาลัยสงฆ์สงขลาเป็นของจังหวัด จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับการศึกษาของคณะสงฆ์ เปิดโอกาสให้พระภิกษุ สามเณร และประชาชนได้เข้าถึงการศึกษามากขึ้น และเป็นอีกสถาบันหนึ่งที่จะช่วยสร้างคน สร้างองค์ความรู้ และทำงานเพื่อสังคมในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป” นายนิพนธ์กล่าว

Related posts