สว.โต้การเปิดข้อมูลเลือก สว. กระทบสิทธิส่วนบุคคลและกระบวนการตามกฎหมาย พร้อมหนุน กกต. ยึดหลักธรรมาภิบาล

สว.โต้การเปิดข้อมูลเลือก สว. กระทบสิทธิส่วนบุคคลและกระบวนการตามกฎหมาย พร้อมหนุน กกต. ยึดหลักธรรมาภิบาล

 

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา ณ ห้องแถลงข่าวสื่อมวลชน ชั้น 1 อาคารรัฐสภา (สส.) สมาชิกวุฒิสภา ประกอบด้วย นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ พันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ และพลตำรวจตรี ฉัตรวรรษ แสงเพชร ร่วมกันแถลงข่าวกรณี นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการบริหารเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw จัดกิจกรรมต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยตั้งคำถามถึงความถูกต้องของข้อมูล เนื่องจากข้อมูลหลายส่วนมีลักษณะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การได้มาและการนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะอาจเข้าข่ายการละเมิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือกฎหมาย PDPA หรือไม่ หากข้อมูลดังกล่าวคลาดเคลื่อนหรือไม่เป็นความจริง ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 รวมถึงความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา และหากข้อมูลที่นำมากล่าวอ้างหลุดมาจากหน่วยงานรัฐหรืออยู่ในสำนวนไต่สวน เหตุใดจึงไม่ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ถือเป็นเจตนาที่ต้องการผลลัพธ์ทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือไม่ และทราบได้อย่างไรว่าคณะทำงานที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตั้งขึ้นมีความเห็นที่แตกต่างกัน เหตุใดจึงนำเสนอแต่เฉพาะความเห็นของคณะทำงานชุดที่ 26 แต่กลับไม่เสนอของชุดที่ 36 ถือเป็นการเลือกเฉพาะที่ตรงกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อมากกว่าความถูกต้องและความชอบธรรมหรือไม่


.
นายพิสิษฐ์ยังได้กล่าวด้วยว่า การเคลื่อนไหวของบุคคลทั้งสองดังกล่าวมีความพยายามที่จะชี้นำ ทำให้ผู้ถูกกล่าวหาและบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องถูกตัดสินล่วงหน้าและไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ มีเจตนาแอบแฝงเพื่อหวังผลลัพธ์ทางการเมืองให้กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ นอกจากนี้ สว. ที่ถูกกล่าวหาได้เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงต่อหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายแล้วอย่างครบถ้วน แต่การนำข้อมูลและคำร้องที่ กกต. พิจารณาและได้รับรองคุณสมบัติของทั้งผู้สมัคร สว. มาเปิดเผยในลักษณะด้อยค่า กกต. ทั้งที่เป็นข้อมูลที่อาจได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ถือว่าทำถูกต้องแล้วหรือไม่
.
ด้านพันตำรวจเอก กอบ อัจนากิตติ ย้ำว่า การดำเนินการของกลุ่มบุคคลดังกล่าวมีลักษณะเป็นการข่มขู่และแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและสร้างความสับสนให้เกิดขึ้นแก่สังคมได้
.
ขณะที่พลตำรวจตรี ฉัตรวรรษ แสงเพชร กล่าวให้กำลังใจ กกต. ในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเน้นย้ำให้ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและเป็นรูปแบบในการปกครองบ้านเมืองที่ดีต่อไป

Related posts