วุฒิสภาเดินหน้าศึกษา “ความมั่นคงทางอากาศ–อวกาศ” วางกรอบ 90 วัน รับมือภัยคุกคามยุคใหม่

วุฒิสภาเดินหน้าศึกษา “ความมั่นคงทางอากาศ–อวกาศ” วางกรอบ 90 วัน รับมือภัยคุกคามยุคใหม่

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา คณะทำงานศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบและกลไกการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศ ในคณะอนุกรรมาธิการกิจการทางทหารด้านไซเบอร์ เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา จัดประชุมครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะทำงาน เป็นประธานการประชุม

ในการนี้ ที่ประชุมได้รับเกียรติจาก พลเอก เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง และ นายสมบูรณ์ หนูนวล ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เข้าร่วมประชุม พร้อมให้โอวาท ข้อเสนอแนะ ตลอดจนนโยบายและแนวทางการดำเนินงานแก่คณะทำงาน โดยมี นายไชยงค์ มณีรุ่งสกุล ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการทางทหารด้านไซเบอร์ เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ร่วมประชุมด้วย

การประชุมครั้งนี้เป็นการเริ่มต้นกำหนดกรอบการทำงานของคณะทำงานภายในระยะเวลา 90 วัน เพื่อศึกษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศ ประเมินสถานการณ์ ภัยคุกคามและความเสี่ยง ตลอดจนวิเคราะห์กฎหมาย โครงสร้าง หน่วยงาน ข้อมูล เทคโนโลยี และขีดความสามารถที่ประเทศไทยมีอยู่ในปัจจุบัน

นายสุทนต์ กล่าวว่า ความมั่นคงในปัจจุบันไม่ได้จำกัดเฉพาะทางบกและทางทะเล แต่ครอบคลุมถึงน่านฟ้า อวกาศ ดาวเทียม โดรน ระบบสื่อสาร ระบบนำร่อง ภัยไซเบอร์ และสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับความมั่นคง เศรษฐกิจ และบริการสำคัญของประชาชน

คณะทำงานจึงมุ่งศึกษาว่า ประเทศไทยต้องปกป้องอะไร ภัยสำคัญคืออะไร ใครรับผิดชอบ และระบบที่มีอยู่ยังมีช่องว่างด้านใด ก่อนนำไปสู่การออกแบบระบบและกลไกที่เหมาะสม โดยเป้าหมายคือให้ประเทศสามารถรับรู้สถานการณ์ร่วมกัน เฝ้าระวังและแจ้งเตือนได้รวดเร็ว เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน และตัดสินใจได้ทันต่อสถานการณ์

ทั้งนี้ คณะทำงานจะศึกษาแนวทางเชิงโครงสร้างหลายรูปแบบ โดย ไม่กำหนดไว้ล่วงหน้าว่าจะต้องจัดตั้งองค์กรใหม่ แต่จะพิจารณาจากข้อมูล ภัยคุกคาม ช่องว่าง ความจำเป็น รวมถึงความเป็นไปได้ด้านกฎหมาย งบประมาณ เทคโนโลยี และการบริหาร

ภายใน 90 วัน คาดว่าจะได้กรอบระบบรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศ การประเมินภัยคุกคามและช่องว่างของระบบ ตลอดจน ข้อเสนอเชิงนโยบายและ Roadmap ระยะ 1–3–5 ปี เพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการตามลำดับ

“เป้าหมายสำคัญคือทำให้ประเทศไทยมองเห็นภัยได้เร็ว เชื่อมข้อมูลได้จริง ประสานงานได้ทัน และมีระบบตัดสินใจที่ชัดเจน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามทางอากาศและอวกาศที่มีความซับซ้อนมากขึ้น” นายสุทนต์ กล่าว

Related posts