ผู้ว่าฯ นราธิวาสต้อนรับกงสุลใหญ่จีน ชูโอกาสลงทุนและพัฒนาการศึกษา ต่อยอดศักยภาพทุเรียนและสินค้าเกษตรสู่ตลาดส่งออก

วันนี้ (27 ต.ค. 69) ที่ ห้องปฏิบัติการผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส แห่งที่ 2 นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ให้การต้อนรับนายวังจื้อเจียน กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดสงขลา พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือแนวทางพัฒนาความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน โดยมีนายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นางศิริพร เลาหะ ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาส และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมฯ

นายวังจื้อเจียน กล่าวว่า ต้องการทำความรู้จักจังหวัดนราธิวาสให้มากขึ้น และพร้อมประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยเห็นว่าจังหวัดมีศักยภาพด้านทรัพยากรและมีพื้นที่ติดทะเล ขณะที่ตลาดจีนมีความต้องการบริโภคทุเรียนและนำเข้ายางพาราจากไทยในปริมาณมาก จึงมีโอกาสพัฒนาการค้าและการส่งออก ทั้งนี้ การเชื่อมโยงระบบรถไฟทางคู่ระหว่างไทยกับมาเลเซียในอนาคต อาจช่วยเพิ่มช่องทางขนส่งสินค้าได้โดยตรง พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าหากสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น จะเอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ กงสุลใหญ่จีนยังแสดงความพร้อมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมและการศึกษา รวมถึงการสอนภาษาจีนแก่เยาวชนในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

นายบุญช่วย หอมยามเย็น กล่าวว่า จังหวัดนราธิวาสมีโอกาสต่อยอดการผลิตและการส่งออกสินค้า เช่น ไก่ไข่และเนื้อวัว แต่ยังต้องการการลงทุนจากภายนอก พร้อมกล่าวถึงโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ของท่าอากาศยานนราธิวาส ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทจีนและมีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 93.23 รวมถึงความต้องการพัฒนาระบบรถไฟทางคู่และการส่งเสริมโรงไฟฟ้าชีวมวล ตลอดจนผลิตภัณฑ์น้ำผึ้งชันโรงซึ่งมีศักยภาพจากความอุดมสมบูรณ์ของป่าพรุในพื้นที่

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสยังเน้นย้ำอีกว่า “การศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจในระยะยาว”
ขณะที่ประธานหอการค้าจังหวัดนราธิวาสเสนอให้ส่งเสริมการส่งออกทุเรียนผ่านอำเภอสุไหงโก-ลก ซึ่งปัจจุบันมีล้งทุเรียนส่งออกประมาณ 40 ตันต่อวัน พร้อมเชิญชวนนักธุรกิจจีนร่วมลงทุนเพื่อขยายกิจการ
ภายหลังการหารือ กงสุลใหญ่จีนมีกำหนดเข้าพบประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และมอบถุงยังชีพแก่ประชาชนในพื้นที่ด้วย