“ทวี” ค้านบทเฉพาะกาลการเลื่อน “การคัดเลือกหรือแต่งตั้งตำรวจ” ออกไปอีก 6 เดือน เป็นการทิ้งทวนแต่งตั้งพวกพ้องจะสร้างความเสื่อมเสียเกิดกับประชาชน

“ทวี” ค้านบทเฉพาะกาลการเลื่อน “การคัดเลือกหรือแต่งตั้งตำรวจ” ออกไปอีก 6 เดือน เป็นการทิ้งทวนแต่งตั้งพวกพ้องจะสร้างความเสื่อมเสียเกิดกับประชาชน

 

วันนี้ (5 ก.ค.2565) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ… มาตรา 169/1 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ ให้สอดคล้องกับมาตรา 69 ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามหลักเกณฑ์กำหนด โดยได้กำหนดห้วงระยะเวลาการบังคับใช้หลักเกณฑ์การแต่งตั้งภายในระยะเวลา 5 ปี นับแต่ที่พ.ร.บ.ใช้บังคับการคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นให้คำนึงถึงระยะเวลาดำรงตำแหน่ง

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวระหว่างการประชุมสภาฯ ว่า ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปคือมาตรา 169/1 ผมไม่เห็นด้วยกับขั้นตอนกระบวนการเพราะว่ามันเป็นหมวดปฏิรูป เป็นกฎหมายหมวดปฏิรูป แล้วกฎหมายหมวดปฏิรูปก็อนุโลมตามข้อ 108 อนุโลมให้มาใช้กฎหมายหมวดพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ แต่เราได้ขยายไกลเกินหมวดไปอยู่ในหมวดกรรมาธิการ ดังนั้นท่านกรรมาธิการสาธิต ท่านอภิปรายไป ผมต้องขอขอบพระคุณมาก เพราะมันไม่ใช่ไปทำลายตำรวจอย่างเดียว มันเป็นการทำลายนิติบัญญัติ ในส่วนที่มีการแก้ไขขึ้นมา ผมเห็นว่ามันเป็นการแก้ไขที่กว้างขวางเกินไป แล้วก็เป็นการแก้ไขที่ส่อไปในทางที่ไม่ชอบ เนื่องจากว่า มาตรา 169 เดิมมันเป็นเพียงแต่ว่า แก้แค่มาตรา 69/2/10 ก็คือในหมวดเกี่ยวกับการเลื่อนตำแหน่ง การแต่งตั้ง แต่พอคณะกรรมาธิการเสนอเข้ามาใหม่ มันเป็นการแก้ไขเรื่องการคัดเลือกการแต่งตั้งในหมวด 3 ผมคิดว่าในหมวด 3 ทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 20 กว่ามาตราไม่ว่าจะเป็นมาตราเกี่ยวกับการบรรจุ แต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่งต่างๆนี้ ถูกครอบคลุมไปหมดเลย

เราต้องยอมรับว่าการเสนอเข้ามานี้ ท่านอดิศรได้พูดไปแล้วว่า ผมก็เข้าประชุมคณะกรรมาธิการทุกครั้งเรื่องนี้ไม่มีการพูดในที่ประชุมเลย ตัวแทนกรมตำรวจได้ชี้แจงว่า เคยพูดแต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้บันทึก ซึ่งอันนั้นก็อาจจะเป็นช่วงที่ผมไม่อยู่นะครับ การแก้ไขนี้มันถูกที่ถูกเวลาถูกสถานการณ์หรือไม่ ? เราต้องยอมรับว่า รัฐบาลชุดนี้จะครบวาระตามกำหนดก็เหลืออีก 8 เดือน ตัว ผบ.ตร. ก็จะอยู่ในตำแหน่งถึงเดือนตุลาคม ส่วนการแก้ไขครั้งนี้มันเป็นเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งข้าราชการตำรวจ 2 แสนกว่าคนนี้ได้รับรู้อยู่แล้วว่า พรบ การปฏิรูปตำรวจครั้งนี้ เป็นความฝันสิ่งหนึ่ง แม้จะได้ฝันได้เต็มร้อยว่า วันนี้ตำรวจผู้ให้ความเป็นธรรมกับประชาชน และจะได้กลายไปเป็นตำรวจของประชาชนสักที

สิ่งหนึ่งที่จะได้เป็นตำรวจของประชาชน เขาต้องรู้ว่า เขาต้องได้รับความยุติธรรมจากการแต่งตั้ง เขาจะต้องได้รับความเป็นธรรม การที่จะให้คนอื่นให้ความเป็นธรรมคนอื่น ตัวเองต้องมีความมั่นใจว่า ตัวเองได้รับความยุติธรรม ก่อนคณะกรรมาธิการก็ดี เพื่อนสมาชิกรัฐสภาก็ดี ได้อภิปรายอย่างทุ่มเท แม้เวลาจะน้อยก็คิดว่าร่างพระราชบัญญัติอันนี้ จะให้ความเป็นธรรม อยู่ๆ ก็มีมาตรานี้ขึ้นมา ซึ่งเป็นการยกเว้นหรือเป็นการเลื่อนใช้ พระราชบัญญัติตำรวจ ในเรื่องหมวดการคัดเลือก การแต่งตั้งออกไปอีก 6 เดือน การออกไปอีก 6 เดือนจะเป็นอย่างไรก็ตามเราต้องยอมรับว่า ให้ไปใช้หลักเกณฑ์วิธีการเงื่อนไขก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ หลักเกณฑ์วิธีการก่อนที่จะใช้บังคับ เราก็ทราบดีกว่าเป็นหลักเกณฑ์วิธีการที่ทุกคนเรียกร้องที่จะมีการปฏิรูป แล้วควรจะปฏิรูปในหนึ่งปีด้วยซ้ำ ไม่ควรเลื่อนมาเป็นเวลา 5 ปี

ยกตัวอย่างง่ายๆในการแต่งตั้งโยกย้าย ในตำแหน่งที่คนจะขึ้นไปเป็น ผบ.เราได้เขียนไว้ในราชบัญญัตินี้ คือเราต้องคำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถ ถ้าเกิดท่าน ผบ.ตร.เกษียณไปนี้ เราก็มีรอง ผบ.อยู่ 3 คน ผมไม่ต้องเอ่ยชื่อ แล้วก็มีการเรียงอาวุโสไว้แล้ว หนึ่ง สอง สาม ส่วนผู้ที่จะขึ้นมาเป็น รองฯ ผบ. ก็จะต้องมาจากผู้ช่วย ผบ. ซึ่งมีจำนวน 10 คน ในจำนวน 10 คน นี้เราเขียนกฎหมายไว้ชัดเจนเลยว่า จะต้องเรียงลำดับ ถ้าเกิดรองฯ ผบ.ว่างหนึ่งคน ถ้าจะเรียงลำดับผมก็จะเอ่ยชื่อละกันนะครับ ตามอาวุโสไม่เสียหาย ก็จะเป็นพลตํารวจโท ชินภัทร สารสิน บุคคลผู้นี้จะต้องได้รับความเป็นธรรมจากการแต่งตั้งทันที แต่เมื่อเราถอยไปให้ใช้หมวด ซึ่งหมวดมาตรานี้ก็คือหมวด มาตรา 74 แต่ว่าการแก้ไขเดิมมัน เพราะ มาตรา69 อันนี้เราขยายไปทั้งหมดเลย ก็ขยายไปสู่การแต่งตั้ง

ดังนั้นคนในจำนวน10คน นี้ ถ้าเกิดมีรองฯ ผบ. ว่าง 3 คน ก็ควรจะเป็น หนึ่ง สอง สาม สิ่งที่มีความกังวล คือ ผมไม่ได้มีส่วนได้เสียกับใคร ก็มีความกังวลว่า คนที่8 ที่9 ที่10 มีนาคมจะขึ้นหรือไม่

ผมคิดว่าเป็นความอยุติธรรมกับตำรวจนะครับ เขาทุ่มเทมาตลอดชีวิตด้วยความเสียสละมาถึงตำแหน่งนี้ แต่พอถึงเวลาที่เขาจะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นนี้ เขากลับไปขึ้นกับอำเภอ ในความคิดผมคิดว่าอย่างนั้น เพราะนายกฯ เองก็จะหมดวาระ ก็จะต้องเป็นผู้แต่งตั้ง พอมองย้อนถึงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาการ ไปถึงผู้การนี้ ซึ่งมีทั้งหมดไปผู้บังคับบัญชาการนี้ 13 คน แล้วก็รองผู้บังคับบัญชาการ 134 คน แล้วก็ผู้การ 143 คน ที่ตามอาวุโส ที่จัดนี้ซึ่งปกติคนกลุ่มนี้เขารู้อยู่แล้วตามกฎหมายนี้ เราจัดว่า ต้องเรียงอาวุโส 50% แต่พอมาใช้เลื่อนไปใช้ก็หนีไป ใช้ข้อยกเว้น บางคนเอาคนท้ายๆ เข้ามาอีก เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ผมก็เชื่อในดุลพินิจของเพื่อนสมาชิกนะครับ เพราะว่าการจะแก้มามาตรานี้ที่มีผู้เสนอนั้น ผมขอไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง และก็ฝากเพื่อนสมาชิกครับ อันนี้ผมอยากเรียนว่า เวลาสถานการณ์วันนี้ เป็นวันสำคัญอย่างยิ่งที่จะไปสู่การปฏิรูปตำรวจ ไม่เช่นนั้นทุกมาตราที่พิจารณามาล่มสลายทันทีครับ ขอบคุณมากครับ

ภายหลังการอภิปรายในวงกว้างนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา สั่งนับองค์ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไข ม.169/1 ตามที่กรรมาธิการเสนอหรือไม่ ในวาระ 2 ปรากฏว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วย 344 เสียง ไม่เห็นด้วย 181 เสียง งดออกเสียง 50 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง

ต่อมาในช่วงบ่ายที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ครบทั้ง 172 มาตราในวาระ 2 แล้ว ได้ลงมติในวาระ 3 เห็นด้วย 494 เสียงไม่เห็นด้วย 40 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง

ประชาชนประชาชาติ

Related posts