กมธ.วิสามัญฯ งบประมาณปี 2570 วุฒิสภา รับฟัง 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ พร้อมพิจารณางบกลาง 12 รายการ เน้นความคุ้มค่า โปร่งใส และวินัยการคลัง

กรรมาธิการซักถามภาพรวมเศรษฐกิจ รายได้รัฐ หนี้ครัวเรือน และการลงทุน ก่อนพิจารณางบกลางด้านเงินสำรองจ่าย ภัยพิบัติ สวัสดิการ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเน้นการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมครั้งที่ 2/2569 ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 411 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา โดยรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานด้านเศรษฐกิจของประเทศ และพิจารณางบประมาณรายจ่ายงบกลาง เพื่อประกอบการจัดทำรายงานเสนอต่อวุฒิสภา

ในช่วงเช้า คณะกรรมาธิการได้พิจารณาภาพรวมภาวะเศรษฐกิจของประเทศและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยเชิญ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ เข้าชี้แจงข้อมูลและตอบข้อซักถามของกรรมาธิการ

กรรมาธิการได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลายประเด็นสำคัญ อาทิ แนวทางการเพิ่มรายได้ของภาครัฐภายใต้ข้อจำกัดทางการคลัง การปรับโครงสร้างรายได้ของประเทศ การพัฒนาฐานรายได้ใหม่เพื่อรองรับภาระงบประมาณในอนาคต ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ กรรมาธิการยังได้ซักถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อกำลังซื้อของประชาชนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ พร้อมทั้งสอบถามมาตรการรับมือความเสี่ยงจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ความผันผวนด้านพลังงาน และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการคลังของประเทศ

สำหรับการประชุมในช่วงบ่าย คณะกรรมาธิการได้พิจารณา งบประมาณรายจ่ายงบกลางจำนวน 12 รายการ ซึ่งครอบคลุมงบประมาณในความรับผิดชอบของสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) และกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง

ในการพิจารณางบกลางในส่วนของสำนักงบประมาณ กรรมาธิการได้ซักถามถึงความจำเป็น ความเหมาะสม และแนวทางการบริหารจัดการงบประมาณในรายการสำคัญ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม การรองรับผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงาน เงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้าง และเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดหลักเกณฑ์การใช้จ่ายที่ชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างคุ้มค่าและตอบสนองต่อสถานการณ์ที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที

ในส่วนของสำนักงาน กปร. กรรมาธิการได้พิจารณาค่าใช้จ่ายตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานและการติดตามประเมินผล เพื่อให้การใช้งบประมาณสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่การพิจารณางบกลางในความรับผิดชอบของกรมบัญชีกลาง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติและสวัสดิการของบุคลากรภาครัฐ กรรมาธิการได้ซักถามถึงแนวทางการบริหารงบประมาณในรายการสำคัญ อาทิ ค่าใช้จ่ายชดใช้เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ เงินช่วยเหลือข้าราชการ เงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิ เงินสมทบของลูกจ้างประจำ ตลอดจนเงินสำรอง เงินสมทบ และเงินชดเชยของข้าราชการ

กรรมาธิการได้ให้ข้อสังเกตถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการงบประมาณด้านสวัสดิการให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับสถานการณ์การคลังของประเทศ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักธรรมาภิบาล เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง ควบคู่กับการดูแลสิทธิประโยชน์ของบุคลากรภาครัฐและการช่วยเหลือประชาชนอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของวุฒิสภา ซึ่งมุ่งรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ความเหมาะสมของกรอบงบประมาณ และรวบรวมข้อสังเกตประกอบรายงานของคณะกรรมาธิการ เพื่อสนับสนุนให้การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชนในระยะยาว.

Related posts