ทีมกู้ภัยเซเว่นอีเลฟเว่น–กองเรือ–พันธมิตร ผนึกกำลังช่วยผู้ประสบอุทกภัย ใช้โดรนส่งถุงยังชีพเข้าถึงพื้นที่ประสบภัย

จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร อุปกรณ์กู้ภัย พาหนะ และเทคโนโลยี เป็นส่วนสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพื้นที่ที่รถยนต์หรือยานพาหนะทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ ความร่วมมือระหว่างทีมช่วยเหลือและหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการนำสิ่งของจำเป็นไปส่งมอบให้ถึงมือผู้ประสบภัย

จากการเปิดเผยของ นายณรงค์ศักดิ์ ภูมิศรีสะอาด ที่ปรึกษาคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ระหว่างวันที่ 7–8 ตุลาคม 2569 ทีมกู้ภัยเซเว่นอีเลฟเว่น ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด และ NAcDrone by บริษัท อีซี่2018 จำกัด นำโดรนมาใช้ลำเลียงถุงยังชีพจำนวน 100 ชุด ส่งมอบให้แก่ประชาชนในชุมชนวัดหนองบัวสร้าง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่รถยนต์หรือยานพาหนะทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้

ภารกิจดังกล่าวเป็นการนำเทคโนโลยีโดรนมาประยุกต์ใช้ในการขนส่งสิ่งของจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย ซึ่งมีข้อจำกัดด้านการเดินทาง โดยอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มช่องทางการส่งมอบความช่วยเหลือให้แก่ประชาชน
จากทีมฝึกอบรมอัคคีภัย สู่ทีมกู้ภัยเซเว่นอีเลฟเว่น

ทีมกู้ภัยเซเว่นอีเลฟเว่นมีจุดเริ่มต้นจากหน่วยอบรมและฝึกซ้อมอัคคีภัยของบริษัท ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2540 เพื่ออบรมการดับเพลิงขั้นต้นและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟให้แก่พนักงานและร้านสาขา ต่อมาได้ขยายการฝึกอบรมไปสู่กลุ่มเปราะบางและหน่วยงานต่าง ๆ เช่น โรงเรียนโสตศึกษา ผู้พิการ โรงพยาบาล โรงเรียน และหน่วยงานราชการ โดยดำเนินงานต่อเนื่องยาวนานกว่า 29 ปี

ภายหลังเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานหมิงตี้ ผู้บริหารได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและความเสียสละของอาสาสมัครกู้ชีพและกู้ภัย ซึ่งอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือประชาชนและประเทศชาติ จึงจัดโครงการ HERO เชิดชูอาสาสมัครกู้ชีพและกู้ภัยขึ้น เพื่อมอบสิ่งของและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้อาสาสมัครนำไปใช้สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ เป็นประจำทุกปี
กองเรือเซเว่นอีเลฟเว่น กำลังสำคัญในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ
จุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาศักยภาพด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำเกิดขึ้นจากเหตุการณ์น้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ในเดือนธันวาคม 2563 ขณะนั้น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารในขณะนั้น เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือประชาชนและพนักงานที่ไม่สามารถออกจากที่พักอาศัยหรือร้านเซเว่นอีเลฟเว่นได้ ขณะที่การจัดหาเรือเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยเป็นไปอย่างยากลำบาก
ในปี 2564 คุณณรงค์ศักดิ์ ภูมิศรีอาด ซึ่งดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการในขณะนั้น ได้นำเสนอแนวทางจัดซื้อเรือเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ คุณก่อศักดิ์เห็นชอบกับแนวทางการจัดตั้งกองเรือเพื่อรองรับภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ และมอบหมายให้คุณสมภพ ตะราษี ผู้จัดการทั่วไป สำนักประสานรัฐกิจ เป็นผู้จัดตั้งทีมกองเรือในเดือนตุลาคม 2564 โดยเริ่มต้นด้วยเรือท้องแบนจำนวน 4 ลำ และเจ็ตสกีจำนวน 4 ลำ เพื่อใช้ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติ
ภารกิจแรกเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2564 หลังคันกั้นน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแตก ส่งผลให้หลายพื้นที่มีน้ำท่วมสูงถึงชั้นสองของอาคาร ทีมกองเรือจึงลงพื้นที่เพื่ออพยพพนักงานและช่วยเหลือประชาชน พร้อมนำอุปกรณ์ยังชีพไปมอบให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ
หลังปฏิบัติภารกิจในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาร่วมหนึ่งเดือน จนสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทีมกู้ภัยเซเว่นอีเลฟเว่นได้เดินทางกลับกรุงเทพฯ ตามเส้นทางน้ำที่ไหลทะลักผ่านนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคและบางปะอิน จนมาถึงพื้นที่รังสิต–ปทุมธานี ในช่วงนั้นได้แบ่งทีมปฏิบัติงานเป็นสองทีม
ทีมแรกประจำอยู่ที่คลังสินค้าบางบัวทอง ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ผู้บริหารจึงตัดสินใจให้นำสินค้าอาหารสดที่ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ เช่น ไส้กรอกและนม ไปช่วยเหลือประชาชน ส่วนทีมที่สองประจำอยู่ที่คลังสินค้าสุวรรณภูมิ โดยมีภารกิจหลักในการลำเลียงผู้คนตามเส้นทางต่าง ๆ รวมถึงส่งอาหารและเครื่องยังชีพให้ประชาชนที่อยู่ในซอยลึก โดยใช้เจ็ตสกีและรถบรรทุก 6 ล้อตามความเหมาะสมของพื้นที่
หลังจากนั้น กองเรือเซเว่นอีเลฟเว่นได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี ครอบคลุมเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ อาทิ สุโขทัย น่าน และแม่สาย ในปี 2567 รวมถึงอำเภอหาดใหญ่ในปี 2568
สำหรับปี 2569 กองเรือเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งประกอบด้วยพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมด้านการช่วยเหลือภัยพิบัติ ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนและพนักงานที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ก่อนขยายภารกิจไปยังพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปราจีนบุรี และนครนายก โดยปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่องกว่า 14 วัน
ผนึกกำลังเทคโนโลยีโดรน ขยายการช่วยเหลือสู่พื้นที่เข้าถึงยาก
นอกจากการใช้เรือและยานพาหนะในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว เทคโนโลยีโดรนยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการขนส่งสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่รถยนต์หรือเรือไม่สามารถเข้าถึงได้สะดวก
ภารกิจโดรนกู้ภัยเริ่มต้นขึ้นในปี 2568 ระหว่างเหตุการณ์มหาอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ โดยเซเว่นอีเลฟเว่นร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด และ NAcDrone นำโดรนมาใช้สนับสนุนการส่งสิ่งของจำเป็นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ไม่สามารถนำส่งด้วยรถยนต์หรือเรือได้สะดวก
ต่อมา ระหว่างวันที่ 7–8 ตุลาคม 2569 ทีมกู้ภัยเซเว่นอีเลฟเว่นและพันธมิตรยังคงใช้โดรนลำเลียงสิ่งของยังชีพเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยในจังหวัดนครนายกและจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเพิ่มช่องทางในการส่งมอบความช่วยเหลือให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง โดยภารกิจส่งถุงยังชีพจำนวน 100 ชุดให้แก่ประชาชนในชุมชนวัดหนองบัวสร้าง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก เป็นหนึ่งในภารกิจที่นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัย
การดำเนินงานผ่านทีมกู้ภัย กองเรือ และการใช้โดรน แสดงให้เห็นถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมและการเลือกใช้ทรัพยากรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ทั้งการอพยพประชาชน การขนส่งอาหารและสิ่งของจำเป็น ตลอดจนการเข้าถึงชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
“สร้างชุมชน อุ่นใจ” เคียงข้างประชาชนในยามวิกฤต
การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำเป็นต้องอาศัยการเตรียมพร้อมทั้งด้านบุคลากร อุปกรณ์ พาหนะ และเทคโนโลยี ตลอดจนการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถนำความช่วยเหลือไปถึงประชาชนในพื้นที่ประสบภัยได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที
ประสบการณ์จากการปฏิบัติภารกิจของทีมกู้ภัยเซเว่นอีเลฟเว่นและกองเรือเซเว่นอีเลฟเว่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ตั้งแต่การฝึกอบรมด้านความปลอดภัย การอพยพประชาชน การลำเลียงอาหารและสิ่งของจำเป็น ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้สนับสนุนการช่วยเหลือในพื้นที่เข้าถึงยาก
สำหรับภารกิจส่งถุงยังชีพด้วยโดรนในจังหวัดนครนายก ความร่วมมือระหว่างทีมกู้ภัยเซเว่นอีเลฟเว่น สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด และ NAcDrone by บริษัท อีซี่2018 จำกัด เป็นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มช่องทางการส่งมอบสิ่งของจำเป็นให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัย
ภายใต้นโยบาย “สร้างชุมชน อุ่นใจ” การเตรียมความพร้อมและการทำงานร่วมกันของผู้เกี่ยวข้องยังคงเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเหลือชุมชนและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบเข้าถึงความช่วยเหลือและสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว